เคยเป็นไหม? ความรู้สึกเหมือนมีของหนักกดทับบนแขน แค่เอี้ยวตัวก็เจ็บจี๊ด ขยับแขนแล้วยกไม่สุด หรือรู้สึกเหมือนแขนชา แค่นั่งพิมพ์งานนาน ๆ ก็มีอาการขึ้นมา
หลายคนมองว่าอาการเหล่านี้เป็นเพียงความล้า หรือเส้นยึดจากการใช้งานหนัก แต่รู้ไหมว่านี่อาจเป็นสัญญาณเตือนแรกเริ่มของภาวะ เส้นประสาทหรือกล้ามเนื้อรอบหัวไหล่อักเสบ ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่ฟื้นฟูให้ถูกวิธี อาจพัฒนาเป็นข้อไหล่ติด (Frozen Shoulder) ได้ในที่สุด
อาการข้อไหล่ติดไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุหรือความชราล้วน ๆ เท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมและโรคประจำตัวด้วย มักพบในคนวัยทำงาน หรือผู้สูงอายุ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีออฟฟิศซินโดรม ผู้ป่วยเบาหวาน มีโอกาสเกิดข้อไหล่ติดมากขึ้นถึง 2-4 เท่า หรือคนไม่ได้ใช้งานข้อไหล่ เช่น หลังการผ่าตัด หรือบาดเจ็บจนต้องพักแขน ท่าทางการทำงานซ้ำ ๆ ที่ทำให้ไหล่แคบลงหรือกดทับเส้นประสาท

แม้จะเริ่มต้นจากอาการเพียงเล็กน้อย แต่ภาวะข้อไหล่ติดมีแนวโน้มพัฒนาไปอย่างช้า ๆ จนกลายเป็นเรื้อรังในระยะหลัง
- ยกแขนไม่สุด ยกไม่ถึงศีรษะหรือหลังหัว
- รู้สึกปวดหรือหน่วงลึกในข้อไหล่ โดยเฉพาะเวลากลางคืน
- แขนหรือมือเริ่มรู้สึกชา ๆ อ่อนแรงเมื่อใช้งานนาน
- หยิบของบนชั้นสูงไม่ได้ ต้องช่วยยกด้วยมืออีกข้าง
- เจ็บจี๊ดเมื่อพยายามหมุนไหล่ไปด้านหลัง เช่น ใส่ชุดชั้นใน
ข้อไหล่ติด หรือชื่อทางการแพทย์ว่า Adhesive Capsulitis เป็นภาวะที่ข้อไหล่มีพังผืดยึดเกาะรอบข้อ ทำให้เคลื่อนไหวลำบากและเจ็บปวดแบบทั้งที่ขยับเอง (active movement) และแม้แต่มีคนช่วยขยับให้ (passive movement) แบ่งได้ 3 ระยะ คือ
- ระยะเริ่มเจ็บ (Freezing Stage) ขยับแล้วปวดเริ่มรุนแรงขึ้น
- ระยะแข็ง (Frozen Stage) ข้อไหล่ขยับไม่ได้ แต่ปวดลดลง
- ระยะฟื้นตัว (Thawing Stage) ช่วงฟื้นการเคลื่อนไหว ใช้เวลา 6 เดือนถึง 2 ปี
หลายคนไม่รู้ว่า ‘ยิ่งปล่อยไว้นาน ยิ่งยึดติดแน่น ยิ่งใช้เวลารักษานานขึ้น’ หากรักษาเร็วตั้งแต่ระยะเริ่มต้นสามารถฟื้นฟูได้ง่ายโดยไม่ต้องพึ่งยาแรงหรือผ่าตัด โดยเฉพาะในระยะ Freezing Stage
การเข้ารับโปรแกรมฟื้นฟู เช่น กายภาพบำบัด ร่วมกับการออกกำลังกายเสริมความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่ จะช่วยให้ไหล่เคลื่อนไหวได้ดีอีกครั้ง และลดความเสี่ยงในการกลายเป็นผู้ป่วยเรื้อรังในระยะยาว
อย่ารอให้ไหล่ติดจนใช้แขนไม่ได้ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินอาการและวางแผนการฟื้นฟูอย่างถูกต้องตั้งแต่วันนี้

