สลักเพชรอักเสบเป็นภาวะที่มีผู้ป่วยเรื้อรังจำนวนมาก โดยเฉพาะจากการรักษาที่ไม่ครอบคลุมต้นเหตุเชิงโครงสร้าง แม้อาการจะเริ่มจากเพียงจุดเล็ก ๆ บริเวณสะโพก แต่หากปล่อยทิ้งไว้นาน ร่างกายจะดึงกล้ามเนื้อส่วนอื่นมาช่วยทำงานแทนส่วนที่อ่อนแรงหรือใช้งานผิด จนเกิดรูปแบบการชดเชยซ้ำ ๆ และสุดท้ายก็กลายเป็นวงจรอาการปวดที่ไม่รู้จบ
และเพราะเป็น ปัญหาเชิงโครงสร้างของข้อต่อและกล้ามเนื้อ การกินยา การประคบ หรือพักอย่างเดียวจึงช่วยได้แค่ชั่วคราว แต่ไม่ได้แก้ที่แรงดึงและแรงกดที่ผิดปกติของกล้ามเนื้อรอบกระดูกเชิงกราน
หลักการฟื้นฟูที่ได้ผลที่สุด ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ
ปลดล็อกข้อต่อบริเวณที่เป็นสลักเพชร ให้ขยับได้ตามธรรมชาติ นักกายภาพบำบัดจากรีบาลานซ์เราใช้เทคนิค EaseMotion by Rebalance ซึ่งเป็นการทำ Manual Therapy เฉพาะของรีบาลานซ์ เพื่อคืนการเคลื่อนไหวของข้อต่อสลักเพชรให้กลับมาเป็นปกติ
เทคนิคเหล่านี้ช่วยคลายการตึงของกล้ามเนื้อก้นลึก ลดแรงอัดของข้อต่อ และลดแรงดึงผิดแนวที่เกิดจากกล้ามเนื้อไม่สมดุล ผู้ป่วยจำนวนมากเริ่มรู้สึกดีขึ้นทันทีหลังทำเพียงไม่กี่ครั้ง เพราะเมื่อข้อต่อขยับได้ถูกต้อง ระบบประสาทรับรู้ตำแหน่ง จะกลับมาทำงานดีขึ้น ทำให้การเดินและการลงน้ำหนักเป็นธรรมชาติมากขึ้นอีกด้วย

หลังจากอาการปวดเฉียบพลันลดลง ขั้นตอนสำคัญที่สุดคือการเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ควบคุมเชิงกราน ได้แก่ กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว กล้ามเนื้อสะโพกด้านข้าง และกล้ามเนื้อหลังส่วนลึก การออกกำลังกายเฉพาะทาง เช่น พิลาทิสเวชศาสตร์ หรือโปรแกรมเสริมกล้ามเนื้อเฉพาะจุด จะช่วยให้เชิงกรานมั่นคงและป้องกันการกลับมาอักเสบซ้ำในอนาคต
ในระยะฟื้นฟูผู้ป่วยจำเป็นต้องปรับพฤติกรรมการใช้งานร่วมด้วย เช่น หลีกเลี่ยงการนั่งไขว่ห้าง นั่งเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งเป็นเวลานาน จัดโต๊ะทำงานให้เหมาะสมกับสรีระ และพักยืดเหยียดเป็นช่วง ๆ เพื่อลดแรงกดที่สลักเพชร
การฟื้นฟูสลักเพชรอักเสบต้องอาศัยความเข้าใจในระบบโครงสร้างร่างกาย และต้องทำอย่างเป็นลำดับตามสรีรวิทยา เมื่อทำถูกวิธี ผู้ป่วยสามารถกลับมาเดิน ยืน นั่ง และใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจโดยไม่ต้องพึ่งยา ไม่ต้องฉีดสเตียรอยด์ และไม่ต้องผ่าตัด
อ่านบทความอื่น ๆ
ทำความรู้จักสลักเพชรอักเสบ
สลักเพชรอักเสบต่างจากเส้นประสาททับเส้นอย่างไร
