กระดูกสันหลังคด เสี่ยงถึงระบบหายใจและหัวใจ ในระยะยาว

กระดูกสันหลังคดไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่าง แต่เสี่ยงระบบหายใจ ปอดทำงานลดลง และหัวใจทำงานหนักขึ้น รู้สาเหตุ งานวิจัย ความรุนแรง และวิธีฟื้นฟูก่อนลุกลาม

กระดูกสันหลังคดอาจจะฟังดูเป็นเรื่องไกลตัว หลายคนอาจคิดว่าเป็นแค่ความผิดปกติของรูปร่าง แต่จริง ๆ แล้วอาจะร้ายแรงกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นระบบหายใจจำกัด การทำงานของปอดลดลง จนถึงความเสี่ยงหัวใจทำงานหนักกว่าปกติ

กระดูกสันหลังคด หรือ Scoliosis คือการโค้งผิดปกติของแนวกระดูกสันหลังในแนวด้านข้าง (lateral curvature) หรือมีการหมุนของกระดูกสันหลังร่วมด้วย ซึ่งเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ ทั้งจากโครงสร้างแต่กำเนิด การเสื่อมตามวัย (degenerative scoliosis) และพฤติกรรมซ้ำ ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น นั่งผิดท่า หรือไม่ออกกำลังกาย 

พบงานวิจัย ‘กระดูกสันหลังคด เชื่อมโยงกับการหายใจและหัวใจ’ 

ผู้ที่มีภาวะคด ≥ 120° พบว่าห้องหัวใจซ้ายขวา มีขนาดและสมรรถภาพลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ในคนที่มีภาวะกระดูกสันหลังคดระดับรุนแรงมาก Cobb angle มากกว่า 120 องศา ซึ่งหมายถึงคดแบบเห็นได้ชัดเจนมากและส่งผลต่อโครงสร้างทรวงอก พบว่ารูปทรงของช่องอกจะบิดเบี้ยวจนไปเบียดอวัยวะภายใน โดยเฉพาะหัวใจที่อยู่ใกล้แนวกระดูกสันหลังด้านซ้าย การบีบตัวของหัวใจที่ทำหน้าที่ส่งเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกายจะลดลง ส่งผลให้การไหลเวียนเลือดมีประสิทธิภาพน้อยลง เหนื่อยง่าย หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น และในระยะยาวอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวหรือกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมสมรรถภาพได้

กลุ่มผู้ใหญ่ที่มีกระดูกสันหลังคด มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 1.45 เท่าในการเกิดเหตุการณ์ทางหัวใจร้ายแรง 

ผลการศึกษาจากฐานข้อมูลของ UK Biobank ซึ่งเป็นโครงการวิจัยขนาดใหญ่ของสหราชอาณาจักรที่รวบรวมข้อมูลด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์ และตีพิมพ์ในวารสาร Open Heart พบว่า ผู้ใหญ่ที่มีภาวะกระดูกสันหลังคด มีโอกาสสูงขึ้นเกือบ 1.5 เท่าในการเกิดเหตุการณ์หัวใจรุนแรง เช่น ภาวะหัวใจล้มเหลว และหัวใจเต้นผิดจังหวะ เมื่อเทียบกับคนที่ไม่มีกระดูกสันหลังคด

แม้แต่ในเด็กที่มีภาวะกระดูกสันหลังคดเพียง 20-30° ก็พบว่าความจุปอดลดลง 

จากข้อมูลด้านบน จะเห็นได้ว่าความรุนแรงจะเกิดขึ้นเมื่อมีเริ่มมีภาวะคด 90 หรือ 120 องศา แต่ในหลายงานวิจัยพบว่า แม้การคดเพียงเล็กน้อยในระดับ 20-30° ก็เริ่มส่งผลต่อระบบหายใจในเด็กแล้ว โดยเฉพาะปริมาตรของปอดที่มีโอกาสจะลดลง เพราะการบิดเบี้ยวของโครงสร้างช่องอก เริ่มกดเบียดปอดด้านใดด้านหนึ่ง

เมื่อการหายใจทำได้ไม่เต็มที่ในช่วงวัยเจริญเติบโต จะส่งผลระยะยาวต่อความจุปอด การออกกำลังกาย และพัฒนาการด้านร่างกาย และหากองศาความคดเพิ่มขึ้นตามอายุโดยไม่ได้รับการดูแล ปัญหาเรื่องหายใจและการทำงานของปอดจะยิ่งรุนแรงมากขึ้น 

อย่ารอให้ลุกลาม! เริ่มฟื้นฟูและดูแลตั้งแต่วันนี้

บางคนอาจจะพบความผิดปกติจากฟิล์ม X-Ray หรือเริ่มมีการปวดหลัง หากพบสัญญาณความคดตั้งแต่เนิ่น ๆ ควรเข้าตรวจประเมินท่าทางโดยนักกายภาพบำบัด จะมีโอกาสปรับโครงสร้างก่อนที่จะส่งผลต่อระบบหัวใจและปอด

เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังส่วนลึกและกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว ด้วยโปรแกรมเฉพาะ เช่น พิลาทิสเวชศาสตร์หรือการทำกายภาพบำบัด

We Care Your Move

เพราะการเคลื่อนไหวร่างกายโดยไม่เจ็บปวด คือสิ่งที่เรามอบให้ท่าน

ไม่ว่าคุณจะมีอาการปวดคอ ปวดหลัง หรือข้อต่อ กล้ามเนื้อใดๆ เราพร้อมช่วยดูแลท่านด้วยประสบการณ์ที่มากกว่า 7 ปีของเรา โดยนักกายภาพบำบัดวิชาชีพ
ปรึกษาและประเมินอาการเบื้องต้นฟรี
บริการที่ตรงจุด พร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญ
จองคิวสะดวก รวดเร็ว ผ่าน Line
Rebalance Signature Physiotherapy

Related Articles

บทความสุขภาพที่เกี่ยวข้อง

กายภาพบำบัด
ปวดคอเรื้อรังคือสัญญาณเริ่มต้นของออฟฟิศซินโดรม และอาจพัฒนาเป็นไหล่ติด เรียนรู้จุดเริ่มต้นของอาการ ปัจจัยเสี่ยง และวิธีฟื้นฟูอย่างถูกต้องจากนักกายภาพบำบัด
กายภาพบำบัด
ปวดบ่าไหล่ร้าวลงแขนอาจเกิดจากเส้นประสาทคอถูกกดทับ ไม่ใช่แค่เมื่อยล้า เรียนรู้สัญญาณเตือน สาเหตุ และวิธีฟื้นฟูอย่างถูกต้องก่อนลุกลามจนชาทั้งแขน
กายภาพบำบัด
ปวดคอบ่าไหล่เรื้อรังอาจไม่ใช่แค่จากท่านั่งผิด แต่เป็นสัญญาณของข้อต่อคอติด กล้ามเนื้อเสียสมดุล หรือเส้นประสาทถูกกดทับ เรียนรู้สาเหตุและวิธีฟื้นฟูที่ถูกต้องก่อนอาการลุกลาม