จริงไหม!? ตรวจ MRI เจอ ‘หมอนรองกระดูกปลิ้น’ ต้องผ่าตัดเท่านั้น

ตรวจ MRI เจอหมอนรองกระดูกปลิ้น ไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดเสมอ 90% รักษาด้วยกายภาพได้ มาทำความเข้าใจสาเหตุ อาการ และวิธีฟื้นฟูที่ปลอดภัยก่อนตัดสินใจผ่าตัด

หลายคนมีอาการปวดร้าวลงขา ชา ขาอ่อนแรง หรือยืนนานแล้วขารู้สึกเหมือนหมดแรง มักเลือกพบแพทย์เฉพาะทางระบบกระดูกและประสาท ซึ่งมักจะแนะนำให้ทำ MRI เพื่อตรวจดูว่ามีหมอนรองกระดูกเสื่อม ปลิ้น หรือไปกดทับเส้นประสาทหรือไม่

การทำ MRI คือการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ ที่ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและคลื่นวิทยุความถี่สูง เพื่อสร้างภาพอวัยวะภายในร่างกายในรูปแบบ 2 มิติ หรือ 3 มิติ ถือว่ามีความแม่นยำและปลอดภัย สามารถเห็นรายละเอียดของหมอนรองกระดูก เส้นประสาท และโครงสร้างกระดูกสันหลังได้ดี 

‘หมอนรองกระดูกปลิ้น’ คืออะไร

หมอนรองกระดูก (Intervertebral Disc) เป็นโครงสร้างคล้ายเจลที่อยู่ระหว่างกระดูกสันหลัง ช่วยดูดซับแรงกระแทก และทำให้หลังยืดหยุ่น เมื่อหมอนรองกระดูกสึก เสื่อม หรือเกิดแรงกดทับมาก ๆ ตัวเจลภายในอาจเคลื่อนตัวหรือปลิ้นออกมา เรียกว่า Disc Bulge หรือถ้าปลิ้นมากจนแตก เรียกว่า Herniated Disc

สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้หมอนรองกระดูกปลิ้น พบว่ามักเกิดในคนที่อายุมากขึ้น ช่วงอายุ 30-50 ปี หรือคนที่มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เสี่ยงต่อการทำให้หมอนรองกระดูกปลิ้น เช่น ยกของหนักผิดท่า นั่งทำงานด้วยท่าทางผิด ๆ เป็นเวลานาน หรือในคนที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไป 

ความเข้าใจผิดที่พบเจอได้บ่อย ๆ คือ เมื่อเจอหมอนรองกระดูกปลิ้น ต้องผ่าตัดเท่านั้น  

หลายคนเมื่อเห็นผล MRI แล้วมีคำว่า ‘Disc Bulge’ ก็คิดว่าเป็นเรื่องร้ายแรง ทั้งที่จริงแล้วกว่า 90% ของผู้ที่มีหมอนรองกระดูกปลิ้นสามารถ รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

มีการศึกษาหลายฉบับ เช่นใน Spine (2020) และ BMJ Open Sport & Exercise Medicine พบว่า

“การทำกายภาพบำบัดร่วมกับการปรับพฤติกรรม มีประสิทธิภาพสูงในการลดอาการจากหมอนรองกระดูกปลิ้นได้โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด”

การผ่าตัดควรเป็นทางเลือกสุดท้ายในกรณีที่มีอาการรุนแรงมาก กล้ามเนื้อขาอ่อนแรงเฉียบพลัน กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบ Non-surgical เป็นเวลานาน

ดังนั้นเมื่อเริ่มมีอาการปวด อย่าชะล่าใจ รีบฟื้นฟูก่อนอาการปวดจะเรื้อรังรักษายาก และผล MRI ที่พบ Disc Bulge ไม่ใช่คำตัดสินว่าต้องผ่าตัดเท่านั้น แต่คือสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาที่ต้องเร่งฟื้นฟูร่างกาย เช่นกายภาพบำบัดและการเสริมกล้ามเนื้อรอบกระดูกสันหลัง การออกกำลังกายแบบ Low-Impact ช่วยให้ร่างกายกลับมาเคลื่อนไหว และใช้ชีวิตได้ตามปกติ

We Care Your Move

เพราะการเคลื่อนไหวร่างกายโดยไม่เจ็บปวด คือสิ่งที่เรามอบให้ท่าน

ไม่ว่าคุณจะมีอาการปวดคอ ปวดหลัง หรือข้อต่อ กล้ามเนื้อใดๆ เราพร้อมช่วยดูแลท่านด้วยประสบการณ์ที่มากกว่า 7 ปีของเรา โดยนักกายภาพบำบัดวิชาชีพ
ปรึกษาและประเมินอาการเบื้องต้นฟรี
บริการที่ตรงจุด พร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญ
จองคิวสะดวก รวดเร็ว ผ่าน Line
Rebalance Signature Physiotherapy

Related Articles

บทความสุขภาพที่เกี่ยวข้อง

กายภาพบำบัด
ปวดคอเรื้อรังคือสัญญาณเริ่มต้นของออฟฟิศซินโดรม และอาจพัฒนาเป็นไหล่ติด เรียนรู้จุดเริ่มต้นของอาการ ปัจจัยเสี่ยง และวิธีฟื้นฟูอย่างถูกต้องจากนักกายภาพบำบัด
กายภาพบำบัด
ปวดบ่าไหล่ร้าวลงแขนอาจเกิดจากเส้นประสาทคอถูกกดทับ ไม่ใช่แค่เมื่อยล้า เรียนรู้สัญญาณเตือน สาเหตุ และวิธีฟื้นฟูอย่างถูกต้องก่อนลุกลามจนชาทั้งแขน
กายภาพบำบัด
ปวดคอบ่าไหล่เรื้อรังอาจไม่ใช่แค่จากท่านั่งผิด แต่เป็นสัญญาณของข้อต่อคอติด กล้ามเนื้อเสียสมดุล หรือเส้นประสาทถูกกดทับ เรียนรู้สาเหตุและวิธีฟื้นฟูที่ถูกต้องก่อนอาการลุกลาม