ไหล่ติด ยกแขนไม่ขึ้น ดูแลด้วยกายภาพบำบัดอย่างไร ?

ไหล่ติด ยกแขนไม่ขึ้น ดูแลด้วยกายภาพบำบัดอย่างไร ?
ไหล่ติด ยกแขนไม่ขึ้น

อาการปวดบริเวณหัวไหล่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อย แต่ถ้าหากวันหนึ่งคุณพบว่าตัวเองเริ่มยกแขนได้ไม่สุด เอื้อมมือไปหยิบของสูงๆไม่ได้ ถูสบู่ด้านหลังยาก นี่อาจไม่ใช่แค่การปวดเมื่อยธรรมดา แต่เป็นสัญญาณของภาวะที่เรียกว่า ไหล่ติด ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตอย่างมาก

บทความนี้พวกเราจะพาคุณไปทำความเข้าใจว่าภาวะไหล่ติดคืออะไร แตกต่างจากการปวดไหล่ทั่วไปอย่างไร และนักกายภาพบำบัดมีขั้นตอนการประเมินและดูแลฟื้นฟูอย่างไร เพื่อช่วยให้คุณกลับมาเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระอีกครั้ง

ไหล่ติดมีลักษณะการเคลื่อนไหวแบบไหน ?

ภาวะไหล่ติด คือภาวะที่เยื่อหุ้มข้อไหล่เกิดการอักเสบ หลายครั้ง และหนาตัวขึ้น ส่งผลให้ข้อไหล่ถูกจำกัดการเคลื่อนไหว อาการมักจะค่อยเป็นค่อยไปและแบ่งออกเป็นระยะที่ชัดเจน ได้แก่

  1. ระยะปวด (Freezing stage) : ผู้รับบริการจะมีอาการปวดไหล่อย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อขยับแขน บางรายอาจปวดจนสะดุ้งตื่นกลางดึก หรือไม่สามารถนอนทับไหล่ข้างนั้นได้
  2. ระยะข้อไหล่ติด (Frozen stage): อาการปวดอาจเริ่มคงที่หรือลดลงบ้าง แต่สิ่งที่เด่นชัดคือข้อไหล่จะแข็งและตึงมาก พิสัยการเคลื่อนไหว ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ทำกิจกรรมต่างๆ เช่น หวีผม อาบน้ำ หรือสวมเสื้อผ้าได้ลำบาก
  3. ระยะฟื้นคืนตัว (Thawing stage): เป็นช่วงที่ข้อไหล่เริ่มคลายตัวและการเคลื่อนไหวค่อยๆ กลับมาดีขึ้น

ปวดไหล่กับไหล่ติดเหมือนกันหรือไม่ ?

ปวดไหล่กับไหล่ติด

หลายคนมักสับสนระหว่างอาการ ปวดไหล่ทั่วไป กับภาวะไหล่ติด ความแตกต่างที่สำคัญคือ ทิศทางและข้อจำกัดของการเคลื่อนไหว

  • ปวดไหล่ทั่วไป: มักเกิดจากกล้ามเนื้อตึงตัว หรือเอ็นข้อไหล่อักเสบ ผู้รับบริการมักจะรู้สึกเจ็บเมื่อขยับในบางทิศทาง แต่หากมีคนช่วยยกแขนให้มักจะยังสามารถยกแขนขึ้นไปได้จนสุดองศา
  • ไหล่ติด: ข้อไหล่จะถูกจำกัดการเคลื่อนไหว ในทุกทิศทาง ไม่ว่าคุณจะพยายามยกแขนเอง หรือให้นักกายภาพบำบัดช่วยยกแขนให้ ข้อไหล่ก็จะติดขัดและไม่สามารถขยับไปต่อได้ ราวกับว่าข้อต่อถูกล็อกไว้

ทำไมการขยับไหล่บางทิศจึงจำกัดมาก

เมื่อเกิดภาวะไหล่ติด เยื่อหุ้มข้อไหล่ที่เคยยืดหยุ่นจะกลายเป็นพังผืดที่หนาและตึงตัวขึ้น ทำให้พื้นที่ภายในข้อต่อแคบลง ทิศทางการเคลื่อนไหวที่มักจะสูญเสียไปเป็นอันดับแรกๆ และสังเกตได้ชัดเจนที่สุดคือ

  • การหมุนแขนออกด้านนอก: เช่น ท่าที่พยายามเอื้อมมือไปหยิบของที่เบาะหลังรถ หรือเอามือประสานท้ายทอย
  • การกางแขนขึ้นด้านข้าง: เช่น การยกแขนขึ้นเพื่อสระผมหรือตากผ้า
  • การหมุนแขนไปด้านหลัง: เช่น การเอื้อมมือไปรูดซิปเสื้อด้านหลัง หรือปลดตะขอชุดชั้นใน

การพยายามฝืนขยับในทิศทางเหล่านี้อย่างรุนแรงโดยผิดวิธี อาจทำให้เกิดความรู้สึกตึงและปวดเจ็บมากขึ้น

นักกายภาพบำบัดประเมินอะไรเพื่อแยกข้อจำกัด ?

เมื่อเข้ามารับบริการที่คลินิกกายภาพบำบัด นักกายภาพบำบัดจะทำการตรวจประเมินอย่างละเอียด เพื่อแยกแยะว่าข้อจำกัดนั้นเกิดจากโครงสร้างใด โดยจะประเมินผ่านขั้นตอนดังนี้

  • ประเมินองศาการเคลื่อนไหว: ทดสอบเปรียบเทียบระหว่างการให้ผู้รับบริการขยับแขนเอง และนักกายภาพบำบัดเป็นผู้จับขยับให้เพื่อยืนยันภาวะข้อไหล่ติด
  • ประเมินความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ: ตรวจสอบกล้ามเนื้อรอบหัวไหล่และสะบักว่ามีการอ่อนแรงหรือหดเกร็งร่วมด้วยหรือไม่
  • ตรวจคลำข้อต่อและพังผืด: เพื่อหาจุดกดเจ็บและประเมินความตึงตัวของเยื่อหุ้มข้อ

การเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวทำอย่างไรในภาพรวม ?

เป้าหมายหลักของการทำกายภาพบำบัดสำหรับภาวะไหล่ติด คือการลดอาการปวดและค่อยๆ เพิ่มองศาการเคลื่อนไหวให้กลับมาใกล้เคียงปกติมากที่สุด แนวทางการดูแลมักประกอบด้วย

  • การดัดดึงข้อต่อและคลายพังผืด : ที่ Rebalance Physiotherapy Clinic เราโดดเด่นด้วยเทคนิคเฉพาะทางที่เรียกว่า Easemotion Therapy ซึ่งไม่ใช่การนวดหรือการจัดกระดูกทั่วไป แต่เป็นการใช้เทคนิคขยับและปรับสมดุลข้อต่อด้วยมืออย่างนุ่มนวลและปลอดภัยโดยนักกายภาพบำบัดวิชาชีพ เทคนิคนี้เน้นแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เช่น อาการปวดเรื้อรัง ข้อติด กล้ามเนื้อไม่สมดุล ออฟฟิศซินโดรม
  • การใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัด: ในระยะที่มีอาการปวดหรืออักเสบ อาจมีการพิจารณาใช้เครื่องมือ เช่น เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า เพื่อช่วยลดปวดและส่งเสริมการไหลเวียนเลือด

Exercise มีบทบาทต่อการฟื้นฟูอย่างไร ?

การทำกายภาพบำบัดที่คลินิกเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดูแลร่างกาย การทำท่าบริหารด้วยตัวเองอย่างสม่ำเสมอเป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการฟื้นฟูภาวะไหล่ติด นักกายภาพบำบัดจะสอนท่าบริหารที่เหมาะสมกับระยะอาการของคุณ เช่น

  • ท่ายืดเหยียดเพื่อเพิ่มองศา: เช่น การใช้รอก การไต่ผนัง หรือการใช้ไม้พลองช่วยยืดแขน เพื่อค่อยๆ เพิ่มความยืดหยุ่นของข้อไหล่ทีละน้อย
  • ท่าเพิ่มความแข็งแรง: เมื่อองศาการเคลื่อนไหวเริ่มดีขึ้น จะมีการเพิ่มท่าบริหารกล้ามเนื้อสะบักและหัวไหล่ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและป้องกันการบาดเจ็บซ้ำ

ข้อควรระวัง: การบริหารควรทำอย่างนุ่มนวล ยืดจนรู้สึกตึงแต่ต้องไม่เจ็บปวดรุนแรง และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของนักกายภาพบำบัดอย่างเคร่งครัด

เมื่อไรอาการไหล่ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ร่วมด้วย ?

แม้กายภาพบำบัดจะเป็นแนวทางหลักในการดูแลภาวะไหล่ติด แต่ในบางกรณี หากนักกายภาพบำบัดประเมินพบสัญญาณดังต่อไปนี้ จะให้คำแนะนำในการเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินทางการแพทย์เพิ่มเติม

  • มีอาการปวดรุนแรงจนทนไม่ไหว แม้จะพักการใช้งานแล้ว
  • มีประวัติอุบัติเหตุ กระแทกรุนแรง หรือสงสัยว่าอาจมีกระดูกหักร่วมด้วย
  • ดูแลด้วยกายภาพบำบัดมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่อาการปวดและองศาการเคลื่อนไหวไม่ตอบสนองหรือมีแนวโน้มแย่ลง
  • มีอาการอ่อนแรงของแขนหรือมืออย่างชัดเจน ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับเส้นประสาท

อาการไหล่ติดต้องอาศัยเวลาและความสม่ำเสมอในการฟื้นฟู หากคุณเริ่มรู้สึกว่าการขยับไหล่ติดขัด อย่ารอจนอาการรุนแรง สามารถติดต่อนัดหมาย Rebalance Physiotherapy Clinic สาขาใกล้บ้าน เพื่อให้นักกายภาพบำบัดช่วยประเมินอาการและวางแผนฟื้นฟูร่างกายอย่างตรงจุด เพื่อให้คุณกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง

Share this article

We Care Your Move

เพราะการเคลื่อนไหวร่างกายโดยไม่เจ็บปวด คือสิ่งที่เรามอบให้ท่าน

ไม่ว่าคุณจะมีอาการปวดคอ ปวดหลัง หรือข้อต่อ กล้ามเนื้อใดๆ เราพร้อมช่วยดูแลท่านด้วยประสบการณ์ที่มากกว่า 7 ปีของเรา โดยนักกายภาพบำบัดวิชาชีพ
ปรึกษาและประเมินอาการเบื้องต้นฟรี
บริการที่ตรงจุด พร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญ
จองคิวสะดวก รวดเร็ว ผ่าน Line
Rebalance Signature Physiotherapy

Related Articles

บทความสุขภาพที่เกี่ยวข้อง