ปวดสะโพกด้านเดียวซ้ำ ๆ อาจไม่ใช่ปวดหลังธรรมดา แต่อาจเป็นสลักเพชรอักเสบ ระเบิดเวลาที่หลายคนมองข้าม
สลักเพชรอักเสบ (Sacroiliac Joint Dysfunction) เป็นหนึ่งในสาเหตุของอาการปวดสะโพกและปวดหลังส่วนล่างที่พบได้บ่อย อาการปวดสะโพก ปวดก้น ปวดหลังล่างแบบเป็น ๆ หาย ๆ ที่มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็น เส้นประสาททับเส้น หมอนรองกระดูกปลิ้น หรือแม้กระทั่งกล้ามเนื้อสะโพกตึง แต่ความจริงแล้ว หนึ่งในต้นตอสำคัญที่ถูกมองข้ามบ่อยที่สุดคือ สลักเพชรอักเสบ
ข้อต่อสลักเพชร หรือ Sacroiliac Joint เป็นข้อต่อที่เชื่อมกระดูกสันหลังส่วนล่าง (sacrum) กับกระดูกเชิงกราน (ilium) แม้เป็นข้อต่อที่เคลื่อนไหวน้อยมาก แต่กลับเป็นจุดรับแรงมหาศาลในชีวิตประจำวัน ทุกการยืน เดิน ก้าวขา หรือแม้แต่การนั่งลงล้วนต้องอาศัยข้อต่อแห่งนี้ในการรับและถ่ายน้ำหนักลงสู่ขาทั้งสอง
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมจุดเล็ก ๆ แค่นี้จึงทำให้ปวดลามถึงหลังล่างได้ขนาดนั้น
เพราะสลักเพชรเป็นจุดกระจายน้ำหนักหลัก ร่างกายใช้จุดนี้ดึง กด หมุนอยู่ตลอดเวลา เมื่อข้อต่อขยับผิดรูป เสียดสี หรืออักเสบเพียงเล็กน้อย ร่างกายที่แสนจะฉลาดของเราจะทำชดเชยด้วยวิธีต่าง ๆ โดยไม่รู้ตัว
- บิดเชิงกราน
- เกร็งหลังล่าง
- ใช้กล้ามเนื้อก้นลึกมากเกินไป
- ทำให้กล้ามเนื้อบางมัดอ่อนแรงลง
ผลที่ตามมาคือ ปวดสะโพก ปวดหลังล่าง ปวดร้าวลงขา หรืออาจเดินไม่ได้นาน ซึ่งคล้ายหลายโรคจนตรวจผิดบ่อยมาก
อาการของสลักเพชรอักเสบมักมีเอกลักษณ์เฉพาะที่ หากสังเกตดี ๆ จะพบว่าความเจ็บปวดกระจุกตัวอยู่ด้านใดด้านหนึ่งของสะโพก และมักเจ็บจี๊ดเวลาลุกจากเก้าอี้หรือเปลี่ยนท่า บางรายปวดร้าวลามลงไปด้านข้างของต้นขา ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นอาการของเส้นประสาทไซอาติกา แต่แท้จริงแล้วสาเหตุมาจากข้อต่อสลักเพชรล้วน ๆ
อีกจุดสังเกตคืออาการมักเป็นมากขึ้นเวลาเดินนาน แต่กลับดีขึ้นเมื่อนั่งพัก ซึ่งแตกต่างจากหมอนรองกระดูกทับเส้นที่มักปวดเพิ่มเมื่อนั่งนาน
แม้อาการจะคล้ายหลายภาวะ แต่สลักเพชรอักเสบมีการตรวจเฉพาะทางที่นักกายภาพบำบัดสามารถใช้เพื่อแยกโรคได้ เช่น FABER Test, SI Joint Compression, และ Gaenslen’s Test ซึ่งช่วยระบุได้ว่าข้อต่อเป็นต้นเหตุจริงหรือไม่
การตรวจที่แม่นยำจึงเป็นกุญแจสำคัญของการรักษาที่ถูกจุด
สลักเพชรอักเสบเป็นภาวะที่รักษาหายได้ หากตรวจพบและฟื้นฟูอย่างถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น ยิ่งปล่อยไว้ให้นาน ข้อต่อจะยิ่งอักเสบ และกล้ามเนื้อรอบ ๆ จะยิ่งมีความแข็งเกร็งจนรักษายากขึ้น ดังนั้นหากคุณมีอาการปวดสะโพกด้านเดียว เจ็บจี๊ดเวลาเปลี่ยนท่า หรือเดินนานแล้วต้องหยุดพัก ควรเข้ารับการประเมินจากนักกายภาพบำบัดโดยเร็ว เพื่อวางแผนฟื้นฟูให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างคล่องตัวอีกครั้ง

